บริษัทโทรคมนาคมในฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น Bouygues Telecom และ Free รวมถึง Orange ทุ่มเงินก้อนใหญ่มากถึง 20,350 ล้านยูโร หรือตีเป็นตัวเลขกลมๆ ราวๆ 780,000 ล้านบาท ซื้อกิจการของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เบอร์ 2 อย่าง SFR
SFR ได้แจ้งว่าบริษัทได้ทำข้อตกลงกับเหล่าบรรดาบริษัทโทรคมนาคมในประเทศฝรั่งเศส เพื่อที่จะแยกขายส่วนธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายโทรศัพท์มือถือซึ่งมีลูกค้าจำนวนมาก หรือแม้แต่ธุรกิจ MVNO
ดีลดังกล่าวนั้นสัดส่วนเงินลงทุนแยกได้เป็น Bouygues Telecom นั้นอยู่ที่ 42% Free อยู่ที่ 31% ตามด้วย Orange ที่ 27%
แต่ถ้าหากแยกตามธุรกิจที่ได้ไปคร่าวๆ ตามบรรดาบริษัทโทรคมนาคมที่ได้ไป เช่น
- ธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ SFR รวมถึงฐานลูกค้าราวๆ 5.9 ล้านราย และฐานลูกค้าของ Prixtel จะเป็นของ Bouygues Telecom และลูกค้าของ Faber ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
- ลูกค้าทั้งหมดของ RED by SFR ราวๆ 6.0 ล้านราย จะเป็นของ Free
- Orange จะได้ลูกค้า MVNO ภายใต้แบรนด์ Régio, Syma และ Coriolis ของ SFR ซึ่งมีฐานลูกค้ารวม 4.9 ล้านราย
เหตุผลที่ SFR ได้ให้ไว้ในการขายธุรกิจส่วนใหญ่นั้นเพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ซัพพลายเออร์ และนักลงทุน รวมถึงประเทศฝรั่งเศส
ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2015 กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมในประเทศฝรั่งเศสได้ยื่นข้อเสนอราวๆ 17,000 ล้านยูโร ก่อนที่ SFR จะปัดตกดีลดังกล่าวไป จนได้ตัวเลขที่ต้องการในข้างต้น
SFR นั้นเป็นบริษัทโทรคมนาคมในกลุ่ม Altice ของ Patrick Drahi มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส ในช่วงที่ผ่านมาค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เบอร์ 2 รายนี้ได้ปรับโครงสร้างหนี้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหลายแห่งซึ่งเป็นเจ้าหนี้
อ้างอิงข้อมูลจาก Financial Times กลุ่ม Altice นั้นมีหนี้สินรวมทั้งหมดราวๆ 60,000 ล้านยูโร โดยคาดว่าหนี้สินของ SFR ทั้งหมดนั้นอยู่ราวๆ 15,500 ล้านยูโร หลังจาก Patrick Drahi ได้ทำข้อตกลงกับเจ้าหนี้ในการลดภาระหนี้สินของ SFR ลงมา
Bouygues Telecom และ Free รวมถึง Orange คาดว่าดีลดังกล่าวนั้นจะแล้วเสร็จภายในครึ่งหลังของปี 2027
อย่างไรก็ดีดีลนี้นั้นจะต้องได้รับไฟเขียวจากหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงสหภาพยุโรปด้วย เนื่องจากผู้เล่นในตลาดผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนั้นลดลงเหลือ 3 ราย จากเดิมอยู่ที่ 4 ราย
