สงครามในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อการวางสายเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นทางแล้ว

ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเติบโต โครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมต่ออย่างเคเบิลใต้น้ำก็มีส่วนสำคัญในการส่งข้อมูลข้ามทวีป อย่างไรก็ดีสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล อิหร่าน ได้สร้างผลกระทบดังกล่าวแล้ว

สำนักข่าว Bloomberg รายงานข่าว โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวว่า Alcatel Submarine Networks (ASN) ได้แจ้งลูกค้าถึงเหตุสุดวิสัย ซึ่งเกิดขึ้นจากความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้เรือวางสายเคเบิลใต้น้ำของบริษัทไม่สามารถดำเนินการวางสายในอ่าวเปอร์เซียได้

โดยเรือของ ASN มีชื่อว่า Ile De Batz ที่กำลังวางสายเคเบิลในอ่าวเปอร์เซีย (dgtlif คาดว่าเป็น 2Africa) นั้นต้องนำเรือจอดที่เมืองท่า Dammam ในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเคเบิลเส้นดังกล่าวมี Meta เป็นหัวเรือใหญ่ รวมถึง China Mobile, STC จากซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ความขัดแย้งในตะวันออกลางนับตั้งแต่อิสราเอลได้บุกฉนวนกาซา ส่งผลทำให้เรือวางสายเคเบิลใต้น้ำไม่สามารถวางเคเบิลได้ในช่วงประเทศในทะเลแดง เนื่องจากมีการโจมตีเรือสินค้าจากกลุ่มฮูตี รวมถึงการขออนุญาตให้เรือวางสายเคเบิลเดินทางผ่านน่านน้ำประเทศเยเมน

ปี 2025 ทีผ่านมาเคเบิลที่วางในทะเลแดงเองได้รับผลกระทบจากมีการโจมตีเรือสินค้าจากกลุ่มฮูตี เรือบางลำได้ลากสมอจนทำให้เคเบิลขาดหลายเส้น เช่น AAE-1, IMEWE, Peace เป็นต้น ขณะที่เรือซ่อมสายเคเบิลไม่สามารถเข้าไปซ่อมเคเบิลที่ขาดได้ทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวยังลามถึงการวางสายเคเบิลใต้น้ำหลายเส้น เช่น Sea-Me-We 6 ซึ่งเชื่อมโยงมายังประเทศสิงคโปร์ หรือแม้แต่ IEX และ Blue Raman ที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับอินเดีย

นอกจากนี้เคเบิลหลายเส้นทางที่กำลังก่อสร้าง เช่น Africa-1 ที่เชื่อมต่อระหว่าง ปากีสถาน เคนย่า ไปยังฝรั่งเศส ซึ่งมี ASN เป็นเจ้าของโครงการ ก็คาดว่าจะมีความล่าช้าเช่นกัน

อย่างไรก็ดีในรายงานของ Bloomberg ทางตัวแทนของ ASN ได้ส่งต่อคำถามไปยัง Meta ซึ่ง Meta ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว